Close Menu
    Facebook X (Twitter) Instagram
    jobthaidb
    • Home
    • ข่าวสารล่าสุด
    • ความบันเทิง
    • สุขภาพ
    jobthaidb
    สูตรอาหาร

    สูตรฮอตต็อกแสนอร่อยและทำง่าย อุดมไปด้วย น้ำตาล และถั่ว

    Anthony BennettBy Anthony BennettNovember 10, 2025No Comments2 Mins Read

    ในบรรดาขนมหวานและของว่างจากเกาหลีใต้ “ฮอตต็อก” น้ำตาล (Hotteok) คือหนึ่งในเมนูที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะในฤดูหนาว เมื่ออากาศเย็นจัดและผู้คนมักมองหาของหวานอุ่นๆ ที่ให้พลังงาน ฮอตต็อกเป็นแพนเค้กเกาหลีที่มีไส้น้ำตาลทรายแดง ถั่วบด และอบเชย รสชาติหอมหวานและสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน ทำให้กลายเป็นขนมที่ถูกใจทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    แม้ฮอตต็อกจะดูเหมือนขนมที่ซับซ้อน แต่แท้จริงแล้วสามารถทำได้ง่ายที่บ้าน เพียงใช้วัตถุดิบพื้นฐานไม่กี่อย่าง ก็สามารถสร้างแพนเค้กเกาหลีที่ทั้งนุ่ม หอม และหวานละมุนได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาไปรู้จักประวัติที่น่าสนใจของฮอตต็อก ส่วนผสมหลัก เคล็ดลับการทำ และวิธีเสิร์ฟให้อร่อยเหมือนต้นตำรับ


    ประวัติและความเป็นมาของฮอตต็อก

    ฮอตต็อกเริ่มเป็นที่รู้จักในเกาหลีตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยเชื่อว่ามีต้นกำเนิดจากพ่อค้าชาวจีนที่อพยพเข้ามาในเกาหลีช่วงยุคอาณานิคม ฮอตต็อกดั้งเดิมได้รับแรงบันดาลใจจาก “ถงหลัวปิ่ง” หรือแพนเค้กไส้หวานของจีน แต่ถูกปรับสูตรให้เหมาะกับรสชาติของชาวเกาหลีมากขึ้น โดยเพิ่มส่วนผสมของอบเชยและถั่วบด เพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสชาติกลมกล่อมกว่า

    เมื่อเวลาผ่านไป ฮอตต็อกกลายเป็นขนมยอดนิยมที่ขายทั่วไปตามรถเข็นข้างถนน โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว ภาพของพ่อค้าขายฮอตต็อกทอดร้อนๆ บนกระทะแบนใหญ่ กลิ่นหอมของน้ำตาลทรายแดงละลายผสมอบเชย เป็นภาพจำของตลาดเกาหลีหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นกรุงโซล ปูซาน หรือแทกู

    ในยุคปัจจุบัน ฮอตต็อกมีการพัฒนาให้หลากหลายมากขึ้น เช่น ไส้ชีส ไส้ถั่วดำ ไส้มัทฉะ หรือแม้แต่ไส้ช็อกโกแลต แต่รสชาติคลาสสิกที่คนส่วนใหญ่ยังคงหลงรักคือ “ไส้น้ำตาลทรายแดงและถั่ว” ที่ให้ความหวานแบบพอดีและสัมผัสอบอุ่นของอบเชย


    ส่วนผสมสำหรับทำฮอตต็อก

    ส่วนผสมแป้ง:

    • แป้งสาลีเอนกประสงค์ 2 ถ้วย
    • แป้งข้าวเหนียว 2 ช้อนโต๊ะ (เพิ่มความหนึบ)
    • ยีสต์แห้งชนิดผง 1 ช้อนชา
    • น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
    • เกลือ ¼ ช้อนชา
    • น้ำอุ่น ¾ ถ้วย
    • นมสดอุ่น ¼ ถ้วย
    • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ

    ส่วนผสมไส้:

    • น้ำตาลทรายแดง ½ ถ้วย
    • ถั่วลิสงคั่วหรือวอลนัทบดหยาบ ¼ ถ้วย
    • อบเชยป่น ½ ช้อนชา

    น้ำมันสำหรับทอด – ปริมาณพอประมาณสำหรับเคลือบกระทะ


    ขั้นตอนการทำฮอตต็อก

    1. เตรียมแป้งโดว์
    เริ่มต้นด้วยการละลายยีสต์ในน้ำอุ่นและนมอุ่น ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีจนฟองยีสต์เริ่มขึ้นฟู ในชามผสมใหญ่ ใส่แป้งสาลี แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และเกลือ จากนั้นเทของเหลวที่ผสมยีสต์ลงไป พร้อมน้ำมันพืช แล้วนวดให้เข้ากันจนได้แป้งที่เนียนนุ่ม

    แป้งควรมีลักษณะชื้นเล็กน้อยแต่ไม่ติดมือมากเกินไป หากแป้งแห้งเกินไปให้เติมน้ำเล็กน้อย ระหว่างนวดควรใช้มือที่ทาน้ำมันบางๆ เพื่อป้องกันแป้งติดมือ

    2. พักแป้งให้ขึ้นฟู
    คลุมชามด้วยพลาสติกแรปหรือผ้าชื้น แล้วพักไว้ในที่อุ่นประมาณ 1 ชั่วโมงหรือจนแป้งมีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า ขั้นตอนนี้เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้แป้งของฮอตต็อกนุ่มและฟู

    3. เตรียมไส้หวาน
    ในระหว่างที่รอแป้ง ให้ผสมส่วนผสมของไส้ทั้งหมดเข้าด้วยกัน ได้แก่ น้ำตาลทรายแดง ถั่วบด และผงอบเชย คนให้เข้ากันจนกลายเป็นไส้กรอบหอม

    4. ปั้นและห่อไส้
    เมื่อแป้งขึ้นฟูดีแล้ว ให้กดไล่อากาศออก จากนั้นแบ่งแป้งออกเป็นก้อนเท่าๆ กัน ขนาดประมาณลูกปิงปอง ใช้มือแผ่แป้งออกให้เป็นแผ่นกลมหนาประมาณครึ่งเซนติเมตร ใส่ไส้น้ำตาลและถั่วลงตรงกลาง แล้วห่อให้มิด คลึงเบาๆ ให้เป็นก้อนกลมแบน

    5. ทอดจนสุกเหลือง
    ตั้งกระทะแบนบนไฟกลาง ใส่น้ำมันเล็กน้อย พอร้อนให้วางฮอตต็อกลงทอดทีละชิ้น กดแผ่นเบาๆ ด้วยพายหรือที่กด เพื่อให้แป้งแบนและสุกทั่วด้านใน ทอดจนด้านล่างเป็นสีทองกรอบ จากนั้นกลับอีกด้านและทอดต่ออีก 1–2 นาทีจนไส้ละลายและผิวกรอบสวย

    เมื่อสุกดีแล้ว วางพักบนกระดาษซับน้ำมันเล็กน้อย ฮอตต็อกจะมีกลิ่นหอมของน้ำตาลไหม้และอบเชยอันเป็นเอกลักษณ์


    เคล็ดลับความอร่อย

    • เลือกใช้แป้งข้าวเหนียวผสมในแป้งสาลี จะช่วยให้ฮอตต็อกมีความหนึบและนุ่มนวลขึ้น
    • อย่าทอดไฟแรงเกินไป เพราะจะทำให้ด้านนอกไหม้ก่อนที่ไส้ด้านในจะละลาย
    • พักแป้งให้ขึ้นฟูเต็มที่ เพื่อให้เนื้อขนมมีความฟูและเบา
    • หากต้องการรสสัมผัสที่เข้มข้น สามารถผสม น้ำผึ้งหรือเมเปิลไซรัปเล็กน้อยในไส้ ได้
    • สำหรับผู้ที่ชอบรสเค็มหวาน สามารถลองใส่ ชีสมอสซาเรลล่าขูด ลงในไส้เพื่อให้เกิดรส “sweet & salty” แบบร่วมสมัย

    วิธีเสิร์ฟและเก็บรักษา

    ฮอตต็อกอร่อยที่สุดเมื่อเสิร์ฟร้อนๆ ทันทีหลังทอด เพราะไส้น้ำตาลจะยังละลายอยู่และเนื้อแป้งจะนุ่มกำลังดี นิยมรับประทานคู่กับเครื่องดื่มอุ่นๆ เช่น ชาเขียว ชาขิง หรือกาแฟดำ

    หากทำไว้มาก สามารถเก็บในภาชนะปิดสนิทและแช่ตู้เย็นได้ประมาณ 2 วัน เมื่อต้องการรับประทานอีกครั้ง ให้อุ่นในกระทะแห้งหรือเตาอบไมโครเวฟสั้นๆ เพื่อคืนความกรอบและนุ่มให้เหมือนใหม่


    ความนิยมของฮอตต็อกในยุคปัจจุบัน

    ในเกาหลีปัจจุบัน ฮอตต็อกไม่ได้เป็นเพียงขนมฤดูหนาวเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นเมนูยอดนิยมตลอดปี โดยมีทั้งในร้านคาเฟ่หรูและร้านข้างถนน หลายพื้นที่มีการสร้าง “ฮอตต็อกสไตล์ประจำเมือง” เช่น ฮอตต็อกจากปูซานที่ใส่ถั่วและเมล็ดทานตะวันเพิ่ม หรือฮอตต็อกโซลที่ใช้แป้งโฮลวีตเพื่อสุขภาพ

    นอกจากนี้ยังมีฮอตต็อกแบบแช่แข็งวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วเกาหลีและประเทศต่างๆ เพื่อให้ผู้คนสามารถอุ่นกินได้ง่ายที่บ้าน การพัฒนาเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าฮอตต็อกไม่ใช่เพียงขนมพื้นบ้าน แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมอาหารเกาหลีที่ยังคงมีชีวิตและได้รับความนิยมต่อเนื่อง

    แรงบันดาลใจจากฮอตต็อกในโลกยุคใหม่

    แม้ฮอตต็อกจะเป็นขนมพื้นถิ่นเก่าแก่ของเกาหลี แต่ในยุคปัจจุบัน ขนมชนิดนี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับเชฟและนักทำขนมทั่วโลก นำมาปรับปรุงและสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์รสนิยมสมัยใหม่ ทั้งในด้านรสชาติ การนำเสนอ และคุณค่าทางโภชนาการ

    เชฟบางคนทดลองทำ “ฮอตต็อกไส้ผลไม้แห้งและน้ำผึ้ง” โดยใช้ไส้ที่ทำจากอินทผาลัม อัลมอนด์ และอบเชย เพื่อให้มีรสชาติหอมหวานแบบตะวันออกกลาง ขณะที่อีกกลุ่มเลือกทำ “ฮอตต็อกไส้คาราเมลเกลือทะเล” ที่ให้ความหอมมันและเค็มนิดๆ เพิ่มมิติใหม่ให้กับขนมดั้งเดิม

    นอกจากนี้ยังมีการสร้าง “ฮอตต็อกเพื่อสุขภาพ” โดยใช้แป้งโฮลวีตหรือแป้งข้าวโอ๊ต ลดน้ำตาล และใช้ถั่วหรือธัญพืชแทนส่วนผสมบางอย่าง เพื่อให้เหมาะกับผู้ที่ควบคุมอาหารหรือมังสวิรัติ ซึ่งแนวทางเหล่านี้สะท้อนถึงความยืดหยุ่นของวัฒนธรรมอาหารเกาหลี ที่สามารถพัฒนาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนทั่วโลกได้อย่างลงตัว


    ฮอตต็อกในฐานะวัฒนธรรม “สตรีทฟู้ด” เกาหลี

    เมื่อพูดถึงเกาหลีใต้ ภาพของตลาดกลางคืนและอาหารข้างทางถือเป็นเอกลักษณ์ที่ขาดไม่ได้ ฮอตต็อกคือหนึ่งในตัวแทนของวัฒนธรรม “สตรีทฟู้ด” ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มักขายควบคู่กับขนมอื่น เช่น ต็อกบกกี (ข้าวเหนียวผัดซอสเผ็ด) หรือโฮตอกชีส (ฮอตต็อกใส่ชีสยืด)

    สิ่งที่ทำให้ฮอตต็อกโดดเด่นในตลาดข้างถนนคือ กระบวนการทำที่มองเห็นได้ตรงหน้า กลิ่นหอมของน้ำตาลละลายบนกระทะ ผสมกับเสียงทอดแผ่วๆ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและชวนให้หยุดดู ทุกครั้งที่พ่อค้ากดแป้งลงบนกระทะจนไส้ร้อนละลายออกมา กลิ่นอบเชยก็จะลอยฟุ้ง ทำให้ใครที่เดินผ่านแทบอดใจไม่ไหว

    ในหลายเมือง เช่น โซล ปูซาน และอินชอน มีแผงขายฮอตต็อกที่กลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ การได้ถือฮอตต็อกร้อนๆ ในมือขณะเดินชมตลาดกลางคืนท่ามกลางอากาศหนาว เป็นประสบการณ์ที่หลายคนจดจำไม่ลืม


    ฮอตต็อกในมุมของความทรงจำ

    สำหรับชาวเกาหลีจำนวนมาก ฮอตต็อกไม่ได้เป็นเพียงขนม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำในวัยเด็ก กลิ่นของฮอตต็อกที่ทอดอยู่หน้าร้านในยามฤดูหนาว ทำให้พวกเขานึกถึงช่วงเวลาที่เดินกลับจากโรงเรียน หรือวันที่ครอบครัวพากันไปเที่ยวตลาด

    ในหลายครอบครัว การทำฮอตต็อกยังเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในช่วงสุดสัปดาห์ โดยคุณแม่จะนวดแป้ง ส่วนเด็กๆ จะช่วยใส่ไส้และกดแป้งลงกระทะ เสียงหัวเราะและกลิ่นขนมที่อบอวลทั่วบ้านสร้างบรรยากาศอบอุ่นและผูกพันอย่างลึกซึ้ง

    ฮอตต็อกจึงไม่ใช่เพียงอาหาร แต่ยังเป็น “สัญลักษณ์ของความอบอุ่นในบ้าน” ที่แสดงถึงความใส่ใจและความสุขจากสิ่งเล็กๆ ที่อยู่รอบตัว


    การแพร่กระจายของฮอตต็อกไปทั่วโลก

    ด้วยกระแสวัฒนธรรมเกาหลี (K-culture) ที่ขยายไปทั่วโลก ทั้งซีรีส์ เพลง และอาหาร ทำให้ฮอตต็อกเริ่มเป็นที่รู้จักในหลายประเทศ ร้านอาหารเกาหลีในยุโรป อเมริกา และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างนำเมนูนี้มาบรรจุในเมนูขนมหวาน

    ในประเทศไทยเอง ฮอตต็อกเริ่มมีจำหน่ายในคาเฟ่เกาหลีและร้านเบเกอรี่สไตล์เอเชีย ผู้บริโภคไทยให้ความสนใจกับเนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มใน และรสหวานหอมของน้ำตาลผสมอบเชย ซึ่งเข้ากันได้ดีกับกาแฟหรือชาอุ่นๆ

    การที่ขนมพื้นบ้านอย่างฮอตต็อกสามารถข้ามพรมแดนและกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก เป็นหลักฐานถึงพลังของอาหารที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนต่างวัฒนธรรมเข้าหากันได้อย่างงดงาม


    ดัดแปลงสูตรฮอตต็อกให้เหมาะกับทุกโอกาส

    นอกจากสูตรดั้งเดิมที่ใช้ไส้น้ำตาลทรายแดงและถั่วแล้ว ยังสามารถดัดแปลงฮอตต็อกให้เข้ากับโอกาสต่างๆ ได้อีกมากมาย เช่น

    • ฮอตต็อกไส้ช็อกโกแลตและกล้วย เหมาะสำหรับเด็กๆ หรือผู้ที่ชอบรสหวานมัน
    • ฮอตต็อกไส้แยมผลไม้ เหมาะสำหรับมื้อเช้าคู่กับโยเกิร์ตหรือชา
    • ฮอตต็อกไส้ชีสและมันฝรั่งบด ให้รสเค็มมันสำหรับของว่างยามบ่าย
    • ฮอตต็อกไส้ถั่วแดงกวน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรสชาติแบบเอเชียตะวันออกคลาสสิก

    ด้วยการปรับไส้และแป้งเพียงเล็กน้อย ฮอตต็อกสามารถกลายเป็นทั้งของหวาน ของว่าง หรืออาหารเช้าได้ในเมนูเดียว ถือเป็นขนมที่มีความยืดหยุ่นสูงและเข้ากับทุกวัฒนธรรมได้อย่างดีเยี่ยม


    บทสรุปแห่งความหอมหวานของฮอตต็อก

    ฮอตต็อกคือขนมที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายและความประณีตในเวลาเดียวกัน มันไม่ใช่เพียงแพนเค้กไส้น้ำตาลธรรมดา แต่เป็นขนมที่สะท้อนถึงความอบอุ่นของชีวิต วิถีชาวบ้าน และวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปัน

    การทำฮอตต็อกไม่เพียงเป็นกิจกรรมทำอาหาร แต่ยังเป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณค่ากับคนที่เรารัก ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การนวดแป้งไปจนถึงการได้กลิ่นน้ำตาลละลายบนกระทะ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เติมเต็มความสุขอย่างเรียบง่าย

    ดังนั้น หากวันหนึ่งคุณอยากสัมผัสรสชาติแห่งความอบอุ่นแบบเกาหลี ลองทำฮอตต็อกสักแผ่นในครัวของคุณ กลิ่นหอมของอบเชยจะลอยคลุ้งไปทั่วบ้าน พร้อมบอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรม ความรัก และความสุขจากขนมแผ่นเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์นี้อย่างไม่มีวันจาง.

    การฉีดวัคซีน สำหรับเด็ก ตารางการฉีดวัคซีนพื้นฐาน วันหยุดในออสเตรเลีย กิจกรรมสนุก ๆ และเคล็ดลับการประหยัดเงิน สูตรฮอตต็อกแสนอร่อยและทำง่าย อุดมไปด้วย น้ำตาล และถั่ว+ หลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้ พฤติกรรมอันตรายที่อาจคุกคาม การตั้งครรภ์ อันตรายจาก เหงื่อ ออกมากเกินไปต่อสุขภาพร่างกาย
    Anthony Bennett

    Related Posts

    ความสำคัญของสุขภาพช่อง ปาก ต่อการรักษาคุณภาพชีวิต

    January 12, 2026

    การดูแลสุขภาพ ปอด ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

    January 9, 2026

    สูตรอาหารยอดฮิตที่ ชาวเน็ต ชื่นชอบและติดใจ

    December 22, 2025

    Comments are closed.

    Recent Posts
    • DNA dan Takdir: Menavigasi Gelombang Baru Tes Genetik dalam Bingkai Budaya Indonesia
    • ความสำคัญของสุขภาพช่อง ปาก ต่อการรักษาคุณภาพชีวิต
    • การดูแลสุขภาพ ปอด ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
    • สูตรอาหารยอดฮิตที่ ชาวเน็ต ชื่นชอบและติดใจ
    • อาหาร มาเลเซีย รสเลิศ: การผสมผสานรสชาติของมาเลย์ จีน และอินเดีย

    Type above and press Enter to search. Press Esc to cancel.